Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

นวดเท้า

 

ภาพเคลื่อนไหว

พุทธศาสนาแบบเถรวาทเป็นรากฐานสำคัญของชาวสยามมา ตั้งแต่ครั้งโบราณ กาล วัฒน ธรรมประเพณีและความเชื่อด้านต่าง ๆ รวมทั้ง การแพทย์ก็เช่นเดียวกัน ล้วน แล้วแต่มีความ สัมพันธ์เกี่ยว เนื่องกับพระพุทธ ศาสนาอย่างแนบแน่น โรคภัยไข้เจ็บและการ บำบัดรักษาโรคในทัศนะของ พุทธศาสนานั้น เป็นระบบความสัม พันธ์ขององค์ ประกอบที่อาศัยซึ่งกันและกันเป็นกระบวนการแห่ง เหตุปัจจัยที่ สืบทอดต่อเนื่องกันอันเป็น หลักทั่วไปในพระพุทธ ศาสนาที่สอดคล้องกันหมด ไม่ ว่าจะเป็นหลักอริยสัจ ๔ หลัก ไตรลักษณ์ หลักปฏิจจสมุปบาท หรือหลักขันธ์ ๕ ก็ ล้วนแล้วแต่สนับ สนุน แนวคิดนี้ทั้งสิ้น
ชีวิตในพระพุทธศาสนา คือ ขันธ์ ๕ อันประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ รูปยังแบ่งออกเป็นมหาภูต และอุปทายรูป ๒๔
มหาภูตรูป ๔ อันประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งธาตุทั้ง ๔ นั้นเป็นพื้นฐานสำคัญ ของแพทย์แผนไทย
แต่อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าความเชื่อในพระพุทธศาสนาเป็นหลัก สำคัญของการแพทย์ แผนไทย แต่ก็มีความเชื่ออื่นๆ ได้แก่ ความเเชื่อ ในศาสนาพราหมณ์–ฮินดู และความเชื่อพื้นเมืองเข้ามาผสมกลมกลืน กันความเชื่อทางพระพุทธศาสนา อันเกิดจากภูมิปัญญาอันชาญฉลาด ของบรรพชนที่ได้ รับและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมจากภายนอกให้ เหมาะสมกับสภาพ ภูมิศาสตร์และสังคมของตนเองแล้วมีการสั่งสม ความรู้ประสบการณ์ และถ่ายทอดสืบต่อกันมาหลายชั่วคน จนกลาย เป็นภูมิปัญญาแพทย์ แผนไทยดังที่เห็นในปัจจุบัน
คนไทยดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ภายใต้ความ ศรัทธาในพระบวรพุทธ ศาสนามีรัตนะทั้ง ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่งสูง สุด ถึงแม้ว่าจะยากดีมีจนอย่างไรใน แต่ละบ้านก็จะมีหิ้งพระ หรือมีห้อง พระไว้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านตามแต่ฐานะ ความเป็นอยู่ของแต่ละครอบครัว หอพระแห่งนี้ภายในเขียนภาพจิต กรรมฝาผนังภาพ เทพชุมนุมชัยมงคลคาถาขันธ์ ๕ ธาตุ ๖และภาพทศ ชาติชาดก ในห้องเสนอการจัดห้องโต๊ะหมู่บูชา บทสวดมนต์ต่าง ๆ เช่น บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ชัยมงคลคาถา คาถาชินบัญชร บท สวดพิจารณาสังขาร และบทสวดบูชาพระ ประจำวันเกิด เป็นต้น ภายในห้องพระมีพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ภายในบุษบกเป็นพระประธานตามตำนาน สิงคนิทานกล่าวว่าพระพุทธสิหิงค์สร้างขึ้นที่ลังกาทวีป เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่ เมืององค์หนึ่งของสยามประเทศ ปัจจุบันประดิษฐ์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวัง บวรสถานมงคล ส่วนบทโต๊ะหมู่บูชาเป็นที่ประดิษฐานพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา และ พระพุทธรูปประจำวันทั้ง ๗ พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งใน พุทธศาสนามหายานในคัมภีร์ลลิตวิสตระกล่าวพระองค์เป็นแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้ซึ่งปลด เปลื้องความเจ็บป่วยและทุกข์ทรมานของมวลมนุษย์โดยนำเข้าสู่กระแสแห่งนิพพาน พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา จึงได้นามอีกอย่างหนึ่งว่า พระพุทธเจ้าแพทย์    

               เมื่อพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ผ่านมาทางประเทศจีน และเข้ามาสู่เมืองไทย โดยการนำ ของพระสงฆ์ หลักฐานการนวดที่เก่าแก่ที่สุดคือ ศิลาจารึก ที่ขุดพบที่ป่ามะม่วง ในสมัย พ่อขุนรามคำแหง

   ในสมัยโบราณนั้น ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ และการนวดของไทย จะสั่งสอนสืบต่อกัน เป็นทอด ๆ โดยครูจะรับศิษย์ไว้ แล้วค่อยสั่งค่อยสอนให้จดจำความรู้ต่าง ๆ ซึ่งความรู้ ที่สืบทอดกันมานั้น อาจเพิ่มขึ้น สูญหาย หรือผิดแปลกไปบ้าง ตามความสามารถของครู และศิษย์ที่สืบทอดกันมา

   ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช การแพทย์แผนไทยนั้น เจริญรุ่งเรืองมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนวดแผนไทย จากหลักฐานทำเนียบศักดินา ข้าราชการฝ่ายทหาร และพลเรือน ทรงโปรดให้มีการ แต่งตั้งกรมหมอนวด ให้บรรดาศักดิ์เป็นปลัดฝ่ายขวา มีศักดินา 300 ไร่ ฝ่ายซ้ายมีศักดินา 400 ไร่ หลักฐานจากจดหมายเหตุราชฑูตลาลูแบร์ ประเทศฝรั่งเศส ในบันทึกเรื่องหมอนวดในแผ่นดินสยาม มีความว่า “ในกรุงสยาม นั้น ถ้ามีใครป่วยไข้ลง ก็จะเริ่มทำเส้นสายยืด โดยผู้ชำนาญทางนี้ ขึ้นไปบนร่างกายคนไข้แล้วใช้เท้าเหยียบ”

   ในสมัยรัตนโกสินทร์ การแพทย์แผนไทยได้สืบทอดมาจากสมัยอยุธยา แต่เอกสารและวิชาความรู้บางส่วน สูญหายไปในช่วง ภาวะสงคราม ทั้งยังถูกจับเป็นเชลยส่วนหนึ่ง เหลือหมอพระตามหัวเมืองจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงโปรดให้ระดมปั้นรูปฤาษีดัดตน 80 ท่า และจารึกสรรพวิชาการนวดไทย ลงบนแผ่นหินอ่อน 60 ภาพ แสดงจุดนวดต่าง ๆ อย่างละเอียด ประดับบนผนังศาลาราย และบนเสาภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามเพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาโดยทั่วกัน

ต่อมาใน พ.ศ.2375 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ ทรงให้ หล่อรูปฤษีดัดตน เป็นโลหะ และทรงให้รวบรวมตำราการนวด และตำราการแพทย์ จารึกในวัดโพธิ์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชน ทั่วไปศึกษา และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

ใน พ.ศ. 2397 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้หมอนวดและหมอยา ถวายการรักษาความเจ็บป่วยยาม ทรงพระประชวร แม้เสด็จประพาสแห่งใด ต้องมีหมอนวดถวายงานทุกครั้ง

ใน พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯให้แพทย์หลวงทำการสังคายนา และแปลตำราแพทย์จาก ภาษาบาลี และสันสกฤตเป็นภาษาไทย เรียกว่าตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ (ฉบับหลวง)

Moji

ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะประกาศใช้บัญชียาแผนไทยในโรงพยาบาลในเดือนมีนาคมนี้ เป็นการส่งเสริมการใช้การแพทย์แผนไทยและยาสมุนไพรไทยใช้รักษาโรค อาการเจ็บป่วยต่างๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและทดแทนการใช้ยาแผนปัจจุบันบางตัว ไตรยจึงนำมาเล่าสูกันฟังยาที่จะประกาศใช้นั้นต้องเป็นยาที่ใช้รักษาโรคหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้ทุเลา ไม่ใช่ยาบำรุงหรือป้องกันโรค ประกอบด้วยยา ๓ ประเภทคือ (๑) ยาที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๙ (๒) ยาที่เป็นเภสัชตำรับโรงพยาบาลซึ่งโรงพยาบาลต่างๆ ผลิตใช้เอง ทั้งยาสำเร็จรูป เช่น การผลิตยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ยาที่ผลิตตามคัมภีร์ และยาที่ผลิตจากการศึกษาวิจัยและพัฒนา รวมทั้งยาที่โรงพยาบาลปรุงเองเพื่อใช้ในผู้ป่วยแต่ละราย (๓) ยาที่ผลิตมาจากบริษัทเอกชนในประเทศที่ได้มาตรฐานการผลิตที่ดีหรือจีเอ็มพี (GMP) และผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว

ในส่วนที่เป็นบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๙ นั้นมีอยู่ ๑๙ รายการคือ ยาแก้ไข้ห้าราก ยาเขียวหอม ยาเหลืองปิดสมุทร ยาจันทน์ลีลา ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง ยาธาตุบรรจบ ยาประสะกานพลู ยาประสะไพล ยาประสะมะแว้ง ยาหอมเทพจิตร ยาหอมนวโกฐ ขมิ้นชัน ขิง ชุมเห็ดเทศ บัวบก พญายอ พริก ไพล และฟ้าทะลายโจร ไตรยได้สืบค้นตัวยาและสรรพคุณมาเล่าให้ผู้อ่านฟัง

ยาห้าราก

     หรือเบญจโลกวิเชียร หรือแก้วห้าดวง ประกอบด้วย รากเท้ายายม่อม รากชิงชี่ รากย่านาง รากคนทา รากมะเดื่ออุทุมพร มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้พิษได้ทุกชนิด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ผดผื่นคัน แก้อักเสบ แก้ฝี (บันทึกของแผ่นดิน ๒ ผัก เป็นยา รักษา ชีวิต : เท้ายายม่อม)

ยาเขียวหอม

    ประกอบด้วยใบมะระ ๖ ส่วน ใบน้ำเต้า ๘ ส่วน ใบพรมมิ ๕ ส่วน ใบสมี ๑ เถามวกแดง ๑ เถามวกขาว ๑ ใบฝ้ายแดง ๑ คุคะ ๑ หัสดำ ๑ หัสแดง ๑ เนระพูสี ๑ เปราะ ๑ ใบพิมเสนเท่ายาทั้งหลาย สรรพคุณแก้ไข้ชัก ซางชัก แก้พิษไข้และซาง ทั้งกินทั้งพ่น น้ำจันทน์ น้ำดอกไม้ ถ้าแก้กระหายน้ำ ข้าวตังปิ้ง ลูกมะกอกเผาไฟแช่ขันทศกรหน่อยหนึ่ง ถ้าจะแก้สารพัดพิษ เมื่อจะแก้สำคัญน้ำกระสายตามแต่จะใช้เถิด (เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม ๓ พระยาพิศณุประสาทเวช ๒๔๙๖)

ยาเหลืองปิดสมุทร

Image

    ประกอบด้วยแห้วหมู ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ เปลือกเพกา ๑ รากกล้วยตีบ ๑ กระเทียม ๑ ดีปลี ๑ ชันอ้อย ๑ ครั่ง ๑ สีเสียดไทย ๑ สีเสียดเทศ ๑ ใบเทียน ๑ ใบทับทิม ๑ ขมิ้นชันกึ่งยาทั้งหลาย สรรพคุณแก้อุจจาระเป็นเสมหะโลหิต ฯ (เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม ๑ พระยาพิศณุประสาทเวช รัตนโกสินทร ศก ๑๒๗)

ยาจันทลีลา

ยาสมุนไพรจันทลีลา  แก้ไข้ ปวดหัวตัวร้อน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

    ประกอบด้วยโกฐสอ ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐจุฬาลัมพา ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ ลูกกระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ ปลาไหลเผือก ๑ เอาเสมอภาค แทรกพิมเสน ชะมด บดละลายน้ำซาวข้าวก็ได้ สรรพคุณแก้สารพัดไข้ทั้งปวง (เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม ๑ พระยาพิศณุประสาทเวช รัตนโกสินทร ศก ๑๒๗)

ยาธาตุบรรจ

     ประกอบด้วยลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกะวาน กานพลู ขิง ดีปลี สะค้าน รากเจตมูลเพลิง รากคัดมอน หัวแห้วหมู ลูกมะตูมอ่อน อบเชยเทศ สมุลแว้ง เปราะหอม รากไคร้เครือ น้ำประสานทอง เนื้อไม้ จันทน์เทศ จันทน์แดง ตรีผลา โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ แฝกหอม ยาเหล่านี้หนักสิ่งละ ๑ บาท กระสายน้ำมะตูม หัวแห้วหมู รากคัดมอนต้ม สรรพคุณแก้ธาตุวิปริตเป็นพิษต่างๆ (สำหรับเด็ก) (เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม ๑ พระยาพิศณุประสาทเวช รัตนโกสินทร ศก ๑๒๗)

ยาประสะกานพลู

     ประกอบด้วยเทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ โกฐสอ ๑ โกฐกระดูก ๑ มาสทั้ง ๒ การบูน ๑ ไคร้เครือ ๑ เปลือกเพกา ๑ เปลือกขี้อ้าย ๑ ใบกะวาน ๑ ลูกกะวาน ๑ ลูกผักชี ๑ แฝกหอม ๑ ว่านน้ำ ๑ กะชาย ๑ เปราะ ๑ รากแจง ๑ กรุงเขมา ๑ ยาเหล่านี้หนักสิ่งละ ๑ บาท รากข้าวสารหนัก ๑ บาท เนื้อไม้ ๑ ลูกจันทน์ ๑ ขมิ้น ๑ ยาทั้งนี้หนักสิ่งละ ๒ บาท น้ำประสานทอง ๑ ไพล ๑ เบญจกูล ๑ ยาเหล่านี้หนักสิ่งละ ๒ สลึง ตรีกฎก หนักสิ่งละสลึง เปลือกซิกหนัก ๒ บาท ๒ สลึง กานพลูเท่ายาทั้งหลาย สรรพคุณแก้ปวดมวน ลูกจันทน์เทศ ไพล กะทือ หมกไฟเป็นกระสาย ฯ (เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม ๑ พระยาพิศณุประสาทเวช รัตนโกสินทร ศก ๑๒๗)

ยาประสะไพล

    ประกอบด้วยผิวมะกรูด ๒ ตำลึง ว่านน้ำ ๒ ตำลึง กะเทียม ๒ ตำลึง หอม ๒ ตำลึง พริกไทย ๒ ตำลึง ดีปลี ๒ ตำลึง ขิง ๒ ตำลึง ขมิ้นอ้อย ๒ ตำลึง เทียนดำ ๒ ตำลึง เกลือสินเธาว์ ๒ ตำลึง การะบูน ๑ บาท ตำผง สรรพคุณแก้จุกเสียด น้ำร้อน ฯ (เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม ๑ พระยาพิศณุประสาทเวช รัตนโกสินทร ศก ๑๒๗)

ยาหอมเทพจิต

     ประกอบด้วยลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กะวาน ๑ กานพลู ๑ จันทน์ทั้ง ๒ เนื้อไม้ ๑ กะลำพก ๑ ขอนดอก ๑ ชะลูด ๑ อบเชย ๑ เปราะหอม ๑ แฝกหอม ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๒ สลึง ผิวมะกรูด ๑ บาท ผิวมะงั่ว ๑ บาท ผิวมะนาว ๑ บาท ผิวส้มตะรังกะนู ๑ บาท ผิวส้มจีน ๑ บาท ผิวส้มโอ ๑ บาท ผิวส้มเขียวหวาน ๑ บาท ผิวส้มซ่า ๗ บาท ดอกพิกุล ๑ บาท บุนนาค ๑ บาท สารภี ๑ บาท เกษรบัวหลวง ๑ บาท บัวขม ๑ บาท บัวเผื่อน ๑ บาท ชะมด ๑ สลึง การะบูน ๑ สลึง โกฐทั้ง ๙ สิ่งละ ๑ บาท เทียนทั้ง ๙ สิ่งละ ๑ บาท ดอกมะลิเท่ายาทั้งหลาย บดด้วยน้ำดอกไม้เทศ สรรพคุณแก้ลมจับนิ่งแน่กะทบดวงจิต น้ำดอกไม้ หญ้าฝรั่น พิมเสน ชะมดเชียง อำพันทอง แทรก ฯ (เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล๋ม ๑ พระยาพิศณุประสาทเวช รัตนโกสินทร ศก ๑๒๗)

ยาหอมเนาวโกฐ

     ประกอบด้วยเบญจกูลหนัก ๓ สลึง หัวแห้วหมูหนัก ๑ บาท โกฐทั้ง ๙ หนักสิ่งละ ๑ บาท เทียนทั้ง ๙ หนักสิ่งละ ๑ บาท สักขี ๑ ลูกราชดัด ๑ ลูกสารพัดพิษ ๑ ลูกกะวาน ๑ กานพลู ๑ ดอกจันทน์ ๑ ลูกจันทน์ ๑ จันทน์เทศ ๑ จันทน์แดง ๑ อบเชย ๑ สมุลแว้ง ๑ หญ้าตีนนก ๑ แฝกหอม ๑ ชะลูด ๑ เปราะหอม ๑ ไคร้เครือ ๑ น้ำประสานทองจีน ๑ เนื้อไม้ ๑ ขอนดอก ๑ กะลำพัก ๑ ลูกมะขามป้อม ๑ ลูกสมอพิเภก ๑ ชะเอม ๑ ลูกผักชีลา ๑ ลูกกะดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ เกษรบัวหลวง ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ ดอกมะลิ ๑ แก่นสนเทศ ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ตำผง สรรพคุณแก้วาโยวิงเวียน คลื่นเหียน น้ำดอกไม้ หญ้าฝรั่น พิมเสน ชะมดเชียง อำพันทอง แทรก แก้ปลายไข้เพื่อลม เจริญอาหาร ก้านละเดา ๓๓ ก้าน บอระเพ็ด ๗ องคุลี ลูกกะดอม ๗ ลูก ต้มเป็นกระสาย แทรกพิมเสน ฯ (เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม ๑ พระยาพิศณุประสาทเวช รัตนโกสินทร ศก ๑๒๗)

ขมิ้นชัน

     มีสรรพคุณทำให้แผลหายเร็วขึ้น มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ลดปฏิกิริยาภูมิแพ้ เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง ขับน้ำดีช่วยในการย่อยขับลม และป้องกันไม่ให้เป็นนิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น (สมุนไพรอภัยภูเบศร สืบสานภูมิปัญญาไทย ๒๕๔๔)

ขิง 

    ช่วยย่อยอาหาร ช่วยในด้านการไหลเวียนของโลหิต ลดความดัน ลดคอเลสเตอรอล ลดการอักเสบ แก้ปวด แก้คลื่นไส้อาเจียน เพิ่มภูมคุ้มกัน กระตุ้นการงอกของเส้นผม และทำให้ความจำดีขึ้น เป็นต้น (สมุนไพรอภัยภูเบศร สืบสานภูมิปัญญาไทย ๒๕๔๔)

ชุมเห็ดเทศ 

    มีสรรพคุณเป็นยาถ่าย รักษาขี้กลาก จากข้อมูลศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่าสารสกัดจากใบชุมเห็ดมีฤทธิ์ต้านฮิสตามีน ต้านการอักเสบ ต้านการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เป็นต้น (สมุนไพรอภัยภูเบศร สืบสานภูมิปัญญาไทย ๒๕๔๔)

บัวบก

     หรือผักหนอก มีสรรพคุณเย็น ให้พลังงานแก่เซล (Bio-energizing) กระตุ้นการสร้าง Collagen และ Elastin อันจะช่วยรักษาแผลและรอยเหี่ยวย่น ลดการอักเสบ มีฤทธิ์ในการช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนได้มากขึ้น เป็นต้น (สมุนไพรอภัยภูเบศร สืบสานภูมิปัญญาไทย ๒๕๔๔)

พริก 

    มีฤทธิ์แก้ปวดข้อ แก้ข้ออักเสบ สารสำคัญในพริกคือ capsaicin มีสรรพคุณทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นขยายตัว ทำให้ปลายประสาทอุ่น และมีฤทธิ์ที่ทำให้สารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า สาร P (มีผลทำให้เกิดความเจ็บปวด) ลดจำนวนลง (สมุนไพรอภัยภูเบศร สืบสานภูมิปัญญาไทย ๒๕๔๔)

ไพล

     เหง้าไพลมีสรรพคุณขับลม ขับประจำเดือน มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้บิด เคล็ดขัด ยอก บวมช้ำ เป็นต้น (สมุนไพรอภัยภูเบศร สืบสานภูมิปัญญาไทย ๒๕๔๔)

ฟ้าทะลายโจร 

    การค้นคว้าและการวิจัยที่ยาวนานของจีนได้ค้นพบและสรุปฤทธิ์และสรรพคุณไว้ ๔ ประการคือ แก้ติดเชื้อ ระงับการอักเสบ แก้ไข้หวัด เป็นยาเจริญอาหาร มีสารสำคัญออกฤทธิ์รักษาโรคอยู่ ๓ ตัวคือ แอนโดแกรโฟไลด์ นีโอแอนโดรแกรโฟไลด์ และดีออกซีแอนโดรแกรโฟไลด์ นอกจากนี้การศึกษาของไทยยังพบว่าใช้รักษาอาการท้องร่วงจากบิดไม่มีตัว โรคทางเดินหายใจส่วนบนอักเสบและไข้หวัดใหญ่ได้ แต่ในบัญชียาหลักแห่งชาติของไทยระบุไว้เพียงแก้ท้องเสียและเจ็บคอ (สมุนไพรอภัยภูเบศร สืบสานภูมิปัญญาไทย ๒๕๔๔)